ชาวบ้านอุบลฯขุดพบมีดกริชโบราณ

Written on:September 11, 2015
Comments
Add One

ชาวบ้านอุบลราชธานีขุดพบมีดกริช-กำแพงโบราณ ที่วัดขุมคำ อ.กุดข้าวปุ้น

วันนี้ (11 ก.ย. 58) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่จ.อุบลราชธานี ได้มีการขุดพบมีดกริชโบราณ และหินคล้ายเขี้ยวของยักษ์ ที่วัดขุมคำ ต.แก้งแค้ง อ.กุดข้าวปุ้น ซึ่งทางวัดกำลังจะทำการขุดสระน้ำเพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงหน้าแล้ง โดยทำการขุดสระลึกประมาณ 3 เมตร ได้พบมีดและหินคล้ายเขี้ยวของยักษ์อยู่ในบริเวณใกล้กัน ซึ่งทางวัดได้นำขึ้นมาและเก็บรักษาไว้ที่วัด

มีดกริชโบราณมีลักษณะคล้ายทองสัมฤทธิ์ มีหินเกาะตามด้ามมีดจนมองไม่เห็นเนื้อของมีด ส่วนสภาพมีดยังคงมีสภาพสมบูรณ์ และมีความสวยงามมาก ขนาดของมีดมีความยาว 50 เซนติเมตร ขณะที่หินที่ตั้งคู่กันอีกชิ้นมีลักษณะคล้ายเขี้ยวของยักษ์

 

นอกจากนี้บริเวณที่พบมีดกริช ยังพบกำแพงโบราณเป็นหินทรายถูกดินกลบทับอยู่ประมาณ 30 เซนติเมตร โดยทางวัดได้นำจอบมาขุดดินออกเห็นเป็นกำแพงทางยาว มีก้อนหินลักษณะเป็นก้อนสี่เหลี่ยมที่มีขนาดน้อยใหญ่ไม่เท่ากันทับช้อนเรียงกันเป็นแนวอ้อมวัด ขณะที่อายุของมีดกริชโบราณทางวัดได้รอให้ทางกรมศิลปากรเข้าตรวจพิสูจน์อีกครั้งจึงจะทราบได้ว่ามีอายุมากแค่ไหน
ด้าน พระอาจารย์บุญศรี อนุตตโร กล่าวว่า วัดขุมคำแห่งนี้เป็นวัดเก่าโบราณ มีประวัติตำนานทางนิทานของภาคอีสานที่เล่าสืบกันมาชั่วลูกหลานจนถึงในปัจจุบันนี้ว่า บริวเณนี้เป็นที่อยู่ของนางยักษ์ม่ายเฝ้าสมบัติ ซึ่งต่อมามีเท้าท้าวคัธนามได้ผ่านมา และเกิดการต่อสู้กับนางยักษ์ม่าย เพื่อที่จะเอาสมบัติที่นางยักษ์เฝ้ารักษาไป โดยหลักฐานที่ยังมีเห็นประกอบคำเล่าของชาวบ้านที่มีสืบต่อกันมาคือร่องรอยของถ้ำสมบัติของนางยักษ์ม่าย ร่องรอยของท้าวคันธนามที่ได้สู้กับงูซวงของนางยักษ์ และสามารถตัดงูออกเป็นท่อนและกล้ายเป็นท่อนหิน หลังจากฆ่านางยักษ์เท้าคันธนามได้เอาทองคำที่อยู่ในถ้ำไป โดยเรื่องนี้ก้ยังเล่าขานมาจนถึงทุกวันนี้

 

 

 

ขอบคุณที่มาและภาพประกอบจาก : TNN24

 


   ข่าวอื่นๆที่น่าสนใจ


อิทธิพลไต้ฝุ่น“รามสูร”ไทยตอนบนฝนตกหนัก
โค้ชเช
“โค้ชเช”ต่อสัญญาคุมเทควันโดไทยอีก4ปี

คนรักสัตว์ยื่น6หมื่นชื่อหนุนพรบ.คุ้มครองสัตว์

ระทึก!เพลิงโหมไหม้บ่อขยะบางพลีจนท.เร่งคุม

‘จาพนม’ถึงบ้านเกิดสุรินทร์ รุดกราบศพพ่อน้ำตาคลอ
คืบคดี“นิชคุณ”ตร.ส่งสำนวนให้อัยการแล้ว
คดี“นิชคุณ”ตร.ส่งสำนวนให้อัยการแล้ว

Leave a Comment

Your email address will not be published.