“อาร์ เดอะสตาร์” แจงเหตุชนสิบล้อรับหลับในไม่ได้เมา

Written on:September 21, 2015
Comments
Add One

“อาร์ เดอะสตาร์” แถลงรับหลับในทำให้ขับรถชนท้ายรถสิบล้อ ลั่นเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

วันนี้(21 ก.ย.58) จากกรณีที่ “อาร์ เดอะสตาร์” หรือ อาณัตพล ศิริชุมสาย หลับในจนประสบอุบัติเหตุขับรถชนท้ายสิบล้อบนทางด่วนเฉลิมรัช ซึ่งขณะกำลังไกล่เกลี่ยกับคู่กรณีก็มีรถพ่วงตู้คอนเทนเนอร์วิ่งเข้ามาพุ่งชนซ้ำทำให้ นายอนันต์ ตวนกู อายุ 42 ปี เสียชีวิต ส่วนตนเองได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ก่อนถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลพระราม 9 เมื่อวันที่ 18 ก.ย.ที่ผ่านมา

ล่าสุดเมื่อเวลา 11.00 น.ที่ผ่านมา อาร์ เดอะสตาร์ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนที่ตึกจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ โดยแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ พร้อมสารภาพว่าไม่ได้เมาแต่พักผ่อนน้อย จึงทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้น

“น่าจะเป็นการนอนน้อยสะสมครับ เพราะก่อนหน้านี้ผมทำงานเยอะทั้งละครเวที ทั้งละครยาว วันนั้นไปงานเลี้ยงปิดกล้องมาจริง แต่ดื่มน้อยมากและดื่มตั้งแต่หัวค่ำ ซึ่งผมได้มีเวลาพักผ่อนบ้างแล้ว เพราะถ้าสังเกตช่วงเวลาดูคือรถชนช่วง 06.00 น. ดังนั้นอาการเมาไม่มีแน่นอนครับ ตอนชนไม่รู้เรื่องเลย มารู้ตัวอีกทีคือรถหงายท้องและครูดไปกับพื้นแล้ว ยอมรับครับว่าวันนั้นหลับในจริงๆ ส่วนช่วงที่ออกจากรถคือผมใช้ศอกกระแทกกระจกพาตัวเองออกมา แล้วก็มายืนคุยกับพี่คนขับรถสิบล้อ

แต่คุยได้สักพักเหมือนกับว่ามีรถเทรลเลอร์คันที่สองขับมาชนรถผมที่หงายท้องอยู่ตรงกลางทางด่วน ซึ่งจังหวะนั้นเหมือนรถเขาเสียหลักมาหาจุดที่ผมกำลังยืนคุยกัน นาทีนั้นที่ผมตัดสินใจวิ่งสวนไปทางท้ายรถคือแบบว่าพื้นที่มันห่างกันแค่วาหนึ่งจริงๆ ถ้าไม่ตัดสินใจตอนนั้นก็คือไม่ตายก็รอด ไม่มีเจ็บน้อยเจ็บหรือเจ็บมาก ชีวิตเรียกว่าเหมือนตายแล้วฟื้นครับ”

ทั้งนี้ หนุ่มอาร์เดอะสตาร์ กล่าวว่า ขอแสดงความเสียใจในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หากมีเวลาจะไปเยี่ยมครอบครัวของผู้เสียชีวิตด้วยตัวเองแน่นอน

ขอบคุณที่มาและภาพประกอบจาก : TNN24

   ข่าวอื่นๆที่น่าสนใจ


ฝรั่งตะลึงคนไทยขายลูกเจี๊ยบย้อมสีทารุณสัตว์
น้ำมันขึ้น
รีบเติม! พรุ่งนี้ปตท.-บางจากปรับขึ้นราคาเบนซิน40สต.

มหาเศรษฐีจีนครองแชมป์รวยสุดในโลก

อุตุฯเผยทั่วไทยมีฝน30-70%ของพื้นที่ เตือน 6 จังหวัดภาคใต้ระวังฝนตกหนัก

หนุ่มวัย29ปีซิ่งจยย.พุ่งชนเสาไฟฟ้าดับอนาถ

หนี้ครัวเรือนส่งผลยอดเครดิตบูโรพุ่งร้อยละ7

Leave a Comment

Your email address will not be published.