เด้ง!ผกก.สน.บางเขน เซ่นพิษให้ข่าวสื่อ

Written on:April 21, 2015
Comments
Add One

ผบก.น.2มีคำสั่งย้ายผกก.สน.บางเขนช่วยราชการที่ศปก.บก.น.2 ฐานให้ข่าวผช. ผู้พิพากษาฯเข้าแจ้งความถูกคนร้ายลอบยิง

วันนี้ (20เม.ย.58) ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) พล.ต.ต.ก่อเกียรติ วงศ์สุเมธ ผบก.น.2 มีหนังสือคำสั่งเลขที่190/2558 เรื่องให้ข้าราชการตำรวจไปปฏิบัติราชการ และรักษาราขการแทน โดยสั่งการให้พ.ต.อ.ณัฐณวิทย์ สิทธาภิรมย์ ผกก.สน.บางเขน ไปปฏิบัติการที่ศูนย์ราชการ กองบังคับการตำรวจนครบาล2(ศปก.บก.น.2) โดยให้ไปรายงานตัวภายในวันที่19เมษายน58 เวลา19.00น. และแต่งตั้งให้พ.ต.อ.สำเริง อำพรรทอง พนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิสน.บางเขน รักษาราชการแทนในตำแหน่งผู้กำกับสน.บางเขน

ทั้งนี้ มีหนังสือเลขที่ 189/2558 ลงวันที่19เมษายน58 ให้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง พ.ต.อ.ณัฐณวิทย์ สิทธาภิรมย์ ผกก.สน.บางเขน กรณีให้ข่าวหรือให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว ซึ่งข้อเท็จจริงยังไม่ยุติ อาจจะส่งผลกระทบหรือความเสียหายต่อการปฏิบัติงาน ในกรณีที่นายอรุณรัตน์ ศรีพิเชียร ผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนสน.บางเขน ว่า ถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงใส่รถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวิช สีดำ หมายเลขทะเบียน กง-4923 สุราษฎร์ธานี บริเวณประตูทางเข้า-ออก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ถนนงามวงศ์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม. เมื่อวันที่ 17เม.ย.2558ที่ผ่านมา

ต่อมา พ.ต.อ.ณัฐณวิทย์ สิทธาภิรมย์ ผกก.สน.บางเขน กล่าวหลังเกิดเหตุ ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานได้ตรวจสอบด้วยการวัดวิถีการยิงระยะการยิง รวมถึงวิเคราะห์อาวุธที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ พบว่า ที่รอยแตกกระจกประตูด้านขวาหลังคนขับ และกระจกประตูหลังของรถคันดังกล่าว มีลักษณะคล้ายถูกของแข็งไม่ทราบชนิด ทุบแตก และ คนร้ายน่าจะกระทำขณะที่รถจอดอยู่มากกว่ากำลังเคลื่อนตัวไปข้างหน้า และจากการตรวจสอบภายในรถก็ไม่พบหัวกระสุน หรือปลอกกระสุน ซึ่งสอดคล้องกับพยานแวดล้อมที่ให้การตรงกันว่า ช่วงเวลาเกิดเหตุก็ไม่มีใครได้ยินเสียงอาวุธปืนหรือคนร้ายแต่อย่างใด และจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดตรงจุดเกิดเหตุก็ไม่พบบุคคลต้องสงสัย หรือยานพานหะต้องสงสัยที่คาดว่าน่าจะก่อเหตุครั้งนี้

สำหรับเหตุเจ้าหน้าที่ยังไม่ได้ตัดประเด็นใดทิ้ง ทั้งเรื่องการขับรถปาดหน้าเรื่องส่วนตัว หรือเรื่องหน้าที่การงาน โดยคาดว่าคนร้ายน่าจะประสงค์ข่มขู่มากกว่าจะเอาชีวิต ซึ่งตอนนี้ทางผู้เสียหายก็ไม่ได้ติดใจเอาความแล้ว แต่ถึงอย่างไรก็ตาม การกระทำยังคงเป็นความผิดทางอาญา

ขอบคุณที่มาและภาพประกอบจาก : TNN24

   ข่าวอื่นๆที่น่าสนใจ


ธปท.เตือนระวังแบงก์พันปลอมระบาด เจอรีบแจ้งทันที(ห้ามใช้ต่อ)

ร่อนเน็ต!รถเมล์สาย8เบียดรถเก๋งลอยฟ้า

ภรรยาปอโพสต์ภาพครอบครัวจะสู้ให้ถึงที่สุด

ยอดดับไฟไหม้โรงงานในฟิลิปปินส์เพิ่มเป็น72คน

ชื่นชม!คลิปช้างแสนรู้เก็บขยะทิ้งลงถัง

จนท.ฝรั่งเศสจับมือกราดยิงสนง.ชาลีฯได้แล้วบางส่วน

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *