สธ.เตือนระวังโรคตาแดงแพร่ระบาดช่วงหน้าฝน

Written on:September 1, 2014
Comments
Add One

สธ.เตือนประชาชนระวังโรคตาแดงแพร่ระบาดช่วงฤดูฝน ชี้8เดือนพบป่วยนับแสนราย

วันนี้ (31ส.ค.57) นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ว่า ช่วงนี้ฝนตกชุกเกือบทุกภาค บางพื้นที่มีน้ำท่วมขัง และพบว่าโรคตาแดงจากเชื้อไวรัสมักระบาดในช่วงนี้ เนื่องจากสภาพอากาศที่ชื้น แฉะ เอื้อต่อการเจริญเติบโตของเชื้อไวรัส และติดต่อกันง่ายมาก

ข้อมูลสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ในปี 2557 นี้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 18 ส.ค. ทั่วประเทศมีผู้ป่วยแล้ว 115,255 ราย ซึ่งสูงเกือบเท่าปี 2555 ตลอดปีที่มี 118,882 ราย พบผู้ป่วยทุกวัย เกือบครึ่งเป็นเด็กเล็กและวัยเรียน คาดว่าผู้ป่วยจะเพิ่มขึ้นตลอดฤดูฝนปีนี้ ได้เน้นย้ำให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกจังหวัด ประชาสัมพันธ์เผยแพร่ความรู้ประชาชนในการป้องกันโรคตาแดง โดยเฉพาะตามโรงเรียน ศูนย์เด็กเล็ก ที่ทำงาน ห้างสรรพสินค้า ซึ่งมีคนอยู่รวมกันจำนวนมาก รวมทั้งในพื้นที่น้ำท่วม เนื่องจากมีปัญหาขาดแคลนน้ำสะอาด และความสกปรกของน้ำที่ท่วมขัง

ด้านนพ.ฐาปนวงศ์ ตั้งอุไรวรรณ จักษุแพทย์ โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า กล่าวว่า โรคตาแดงจากไวรัสที่ระบาดอยู่ในขณะนี้มี 2 ลักษณะ คือ

1.โรคตาแดงที่เกิดพร้อมกับไข้หวัด โดยจะมีอาการตัวร้อน คัดจมูก น้ำมูกไหล เจ็บคอ คออักเสบ ต่อมน้ำเหลืองที่หน้าหูปวดบวม นำมาก่อน จากนั้นภายใน 2 วันจะมีอาการตาแดงตามมา บางรายอาจมีจุดเลือดออกที่ตาขาวด้วย และ

2.โรคตาแดงที่เกิดรุนแรงขึ้นมาอย่างรวดเร็ว โดยไม่มีอาการอื่นๆ มาก่อน มักมีประวัติพบคนที่เป็นตาแดงหรือคนใกล้ชิดเป็นตาแดงมาก่อน ส่วนใหญ่ผู้ป่วยมักจะติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำ ทำให้มีขี้ตามาก และเป็นสีเหลืองหรือสีเขียว มักเริ่มเป็นที่ข้างใดข้างหนึ่งก่อน และลามไปเป็น 2 ข้างอย่างรวดเร็วภายใน 1-2 วัน บางรายอาจมีตาดำอักเสบ ทำให้เคืองตามาก และมีแผลที่ตาดำชั่วคราวได้

ทั้งนี้ โรคนี้ติดต่อกันง่าย เนื่องจากเชื้อไวรัสจะอยู่ในสิ่งสกปรก น้ำตา ขี้ตาของผู้ที่เป็นตาแดง เชื้อไวรัสจะตายเมื่ออยู่ในที่แห้งภายใน 30 นาที การติดต่อมี 3 ลักษณะ คือ

1.จากมือที่ไปสัมผัสน้ำตา ขี้ตาผู้ป่วยตาแดงที่ติดอยู่ตามสิ่งของ พื้นผิวต่างๆ ขณะที่ยังไม่แห้ง เช่น ลูกบิดประตู ราวบันได โต๊ะทำงาน แป้นคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ ราวรถเมล์ เป็นต้น แล้วมาสัมผัสที่ตา หรือใช้ของส่วนตัวร่วมกันกับผู้ป่วย เช่น ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว เป็นต้น

2.จากแมลงหวี่แมลงวัน ที่ตอมสิ่งสกปรกหรือตอมตาของผู้เป็นตาแดงแล้วไปตอมตาคนอื่นต่อ

3.เด็กที่ลงเล่นในน้ำท่วมขังซึ่งน้ำจะมีความสกปรกสูง ทั้งนี้ในการป้องกันโรคตาแดง ขอให้ล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่ หลีกเลี่ยงการใช้มือแคะ แกะ เกาหน้า ขยี้ตา ไม่ลงเล่นน้ำท่วม หากจำเป็นขอให้รีบอาบน้ำให้สะอาดทันทีหลังขึ้นจากน้ำ ส่วนผู้เป็นโรคตาแดง ขอให้งดลงสระว่ายน้ำจนกว่าจะหาย เพื่อป้องกันเชื้อแพร่กระจายในน้ำ

นพ.ฐาปนวงศ์ กล่าวต่อว่า โรคตาแดงที่เกิดจากเชื้อไวรัส จะไม่มียารักษาโดยเฉพาะ ใช้การรักษาตามอาการ คือใช้ยาหยอดตาเพื่อลดอาการระคายเคือง ถ้ามีขี้ตามากสีเหลืองหรือเขียวแสดงว่าติดเชื้อแบคทีเรียร่วมด้วย จะต้องใช้ยาหยอดตาปฏิชีวนะ ซึ่งหากใช้ยา 2 อย่างร่วมกันจะต้องเว้นระยะห่างกันอย่างน้อย 5 นาทีเพื่อไม่ให้ยาล้างกัน แต่หากหยอดยาปฏิชีวนะแล้วมีตาแดงมากขึ้นหรือหนังตาบวมแดงให้หยุดยา และนำยามาปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรว่าแพ้ยาหรือไม่ ที่สำคัญคือต้องหยุดเรียน หรือหยุดงานอย่างน้อย 3 วัน พักผ่อนให้มากๆ และพักการใช้สายตา ส่วนใหญ่อาการจะค่อยๆ ดีขึ้นและหายภายใน 1-2 สัปดาห์ แต่หากยังมีอาการระคายเคืองเหมือนมีทรายเข้าตา ตามัว แสดงว่าอาจเกิดภาวะแทรกซ้อน ที่สำคัญคือกระจกตาอักเสบ ตาดำอักเสบ หรือม่านตาอักเสบ ขอให้รีบไปพบแพทย์ เพื่อตรวจอย่างละเอียดและให้การรักษาอย่างเหมาะสม

 

 
ขอบคุณที่มาและภาพประกอบจาก : TNN24

 


   ข่าวอื่นๆที่น่าสนใจ


คสช.เคาะเสื้อวินมอไซค์ใช้สีส้มตามเดิม เพิ่มชื่อคนขับ

อุตุฯเผยอีสาน-กลาง-ตอ.-ใต้มีฝนบางแห่ง

SCB มอบเงินเยียวยาอปพร.เพิ่มอีก2ล้านบาท

“ตุ๊กกี้”ไม่นอยด์โดนแฉ ฟุ้งด่าเยอะยิ่งดัง

ราคาทองคงที่ รูปพรรณขาย19,400บาท

แนะวิธีเลี่ยงถูกฟ้าผ่าช่วงฤดูฝน

Leave a Comment

Your email address will not be published.